3 เหตุผลที่จะทำให้คุณโดนเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์

3 เหตุผลที่จะทำให้คุณโดนเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์

เบี้ยประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1

เพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์เพราะเป็นผู้ขับขี่ประวัติไม่ดี

เป็นอีกสาเหตุยอดฮิตที่ทำให้หลายคนกลัวการเคลมรถยนต์ เพราะเข้าใจว่าการเคลมหมายถึงการเสียประวัติดีทำให้ปีหน้าต้องเพิ่มเบี้ยประกัน ซึ่งนั่นเป็นความจริงเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น กล่าวคือ ถ้าเราเคลมแบบเป็นฝ่ายผิด และมีมูลค่าการเคลมสูงกว่าเงื่อนไขที่แต่ละบริษัทกำหนด จะทำให้ปีหน้าจะไม่ได้รับค่าส่วนลดประวัติดีเพิ่มขึ้นจากเดิม ซึ่งมีผลให้เบี้ยประกันเพิ่มขึ้นหรืออาจจะจ่ายที่เบี้ยเท่าเดิมหากมูลค่าการเคลมไม่สูง ยกเว้นกรณีเราเป็นฝ่ายถูกต้อง ไม่ได้มีการสร้างความเสียหายให้บริษัทประกันภัย ก็จะทำให้ปีหน้าจะได้รับค่าส่วนลดประวัติดีเพิ่มขึ้น และมีผลให้เบี้ยประกันลดลงจากเดิม

เพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์เพราะมีการปรับเพิ่มเบี้ยจากบริษัทประกัน

สำหรับการเพิ่มเบี้ยประกันลักษณะนี้ ม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ เช่นเมื่อปี 59 รถเล็กหรืออีโค่ค่าร์โดนไปแล้วเรียบร้อย ตามข่าวประกันจ่อขึ้นเบี้ยรถเล็ก-อีโคคาร์ โอดยอดเคลมหนัก-ค่าซ่อมเพิ่ม เพราะคนใช้เยอะ และซ่อมบ่อย ประกอบกับอะไหล่แพงขึ้นทุกปี ทำให้บริษัทประกันรถยนต์ต้องแบกรับต้นทุนในการรับประกันที่สูงขึ้น ท่ามกลางสถานาการณ์อัตราเงินเฟ้อที่มากขึ้นเรื่อยๆ หรือมีประกาศเพิ่มเงื่อนไขต่างๆ เช่นภาษีการใช้รถ บริษัทประกันก็อาจจะปรับเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์ขึ้นมาได้เช่นกัน ซึ่งทำให้ผู้เอาประกันต้องจ่ายเพิ่มเบี้ยประกันรถนั่นเองครับ

และสุดท้าย คือ เพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์เพราะแต่งรถเพิ่ม ที่จริงแล้ว ประกันรถยนต์จะคิดรวมมูลค่าอุปกรณ์ตกแต่งไว้ในเบี้ยประกันตั้งแต่แรกแล้วครับ มูลค่าของอุปกรณ์ตกแต่งจะอยู่ที่ 20,000 บาท ต่อการซ่อมแต่ละครั้งต่อปี สำหรับอุปกรณ์ตกแต่งที่ออกมาจากโรงงาน แต่ต้องย้ำว่าสำหรับรถที่ไปแต่งเพิ่มมาหลังจากนั้น ถ้าไม่แจ้งบริษัทประกัน ประกันก็จะไม่รับรู้ และมีสิทธิปฏิเสธการรับประกันด้วย ต่อให้แต่งมาแปดแสนแต่ไม่แจ้งบริษัทฯ ถ้าพังหรือเกิดเหตุขึ้นมา ประกันก็จะไม่คุ้มครองให้นะคะ

ส่วนสำหรับใครที่ยังลังเลและไม่รู้ว่าจะทำประกันรถยนต์ ชั้น 1 ชั้น 2 หรือ ชั้น 3 กับบริษัท ไหนดี ผู้เขียนขอแนะนำว่า ให้ลองเข้าไปเช็ค เบี้ยประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 จาก roojai ก่อน เพราะบ้างที คุณอาจจะกำลังพลาด ดีลที่ดีที่สุดก็เป็นได้