Author: Evan Holmes

ก่อนที่เราจะซื้อ เกียร์มอเตอร์ มาใช้ในโรงงานเราควรต้องรู้อะไรบ้าง ?

“เกียร์มอเตอร์” แน่นอนว่าเป็นหนึ่งในของสำคัญเลยก็ว่าได้สำหรับโรงงาน เพรราะว่าหากสิ่งนี้ไปโรงงานคงจะอยู่ไม่ได้แน่นอน เพราะด้วยความสามารถของ เกียร์มอเตอร์ ที่จะใช้ในการลำเลียงผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของโรงรงานนั้น ๆ ซึ่งบางทีในกรณีที่เราถึงการเปลี่ยน เกียร์มอเตอร์ ประจำปี เราอาจจะต้องออกไปหาร้านเอง และถ้าหากเราไม่รู้ว่าจะต้องใช้ เกียร์มอเตอร์ แบบไหนละก็เชื่อเลยว่าซื้อทังวันยังไงก็ไม่เสร็จแน่นอน และถ้าหากเราได้ไปซื้อเราต้องเลือกจากอะไรบ้าง ? มาดูกัน

แรงม้าที่ใช้

            ในส่วนแรกเลยที่สำคัญนั้นคือขนาดแรงม้าที่ใช้ใน   เกียร์มอเตอร์ นั้นก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้าหาก แรงม้าที่ใช้ไม่ตรงกัน อาจจะทำให้งานออกมาได้ช้ากว่าเดิม หรือ ลดประสิทธิภาพลง และใช้กำลังคับเคลื่อน กี่ Kw เองก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน

อัตราทดเกียร์

            อัตรราทดเกียร์เองก็เป็นสิ่งสำคัญที่ใช้ในการผลิตด้วยเช่นกัน ซึ่งเจ้าอัตราทดเกียร์ในแต่ละรอบของเกียร์มอเตอร์แต่ละตัวก็แตกต่างกันดังนั้นในส่วนนี้เองก็เป็นสิ่งสำคัญอีกข้อที่เราต้องรู้นะครับ เพราะเวลาไปหาเกียร์มอเตอร์ จะได้รุ้ว่าโรงงานของเราใช้เกียร์มอเตอร์ แบบไหน อัตราทดที่เท่าไหร่

ติดตั้งแบบไหน

            โดยปกติแล้ว เกียร์มอเตอร์ นั้นจะมี สองแบในการติดตั้ง นั้นคือ การติดตั้งแบขาตั้ง ที่จะใช้ให้ฝั่งเกียร์นั้นมีฐานที่เป็นขาตั้งซึ่งจะใช้ยึดติด และติดตั้งเข้ากับเครื่องจักรได้เลย และอีกแบบคือ เกียร์มอเตอร์แบบหน้าแปลน โดยลักษณะนี้ตัวมอเตอร์จะมีก้านเพลายื่นออกมาเพื่อใช้รองรับการทำงานร่วมกับมอเตอร์หรือเครื่องจักรไปด้วยในตัว ดังนั้นเราต้องดูให้ดี ๆ ว่าเกียร์มอเตอร์ ของเรานั้นเป็นแบบไหน

ไฟที่ใช้

            ไฟที่ใช้มอเตอร์นั้นจะมีแค่สองแบบนั้นคือ ไฟเฟสที่ 1 และ ไฟเฟสที่ 3 เท่านั้น การติดตั้งเพื่อให้เกียร์มอเตอร์ ทำงานเองก็จะต้องดูว่าใช้ไฟแบบไหนด้วยเพราะถ้าหากไม่รู้ไฟที่ใช้ละก็ ซื้อมาผิดรุ่นใช้กันไม่ได้ อาจจะพาให้เกิดความเสียหายเพิ่มขึ้นมากไปอีก

ใช้งานนานขนาดไหน

            ตลอดทั้งวัน ทั้งคืน หรือ มีพักบ้าง จะต้องดูว่าใช้งานหนักขนาดไหน จะได้เลือกคุณภาพของมอเตอร์ถูก  เพราะหากเลือกมอเตอร์ที่ไม่ทนทานต่อการใช้งานนาน ๆ มา อาจจะทำให้เราต้องเปลี่ยน เกียร์มอเตอร์ บ่อย ๆ ก็ได้

                ดังนั้นหากโรงงานไหนที่มีแผนจะซื้อ เกียร์มอเตอร์ ใหม่ก็อย่าลืมนำข้อมูลพวกนี้ไปใช้ในการ เกียร์มอเตอร์ ก็ได้นะครับ จะได้เลือกตัวที่เหมาะกับการใช้งานของเรามาได้

3 เหตุผลที่จะทำให้คุณโดนเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์

เพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์เพราะเป็นผู้ขับขี่ประวัติไม่ดี

เป็นอีกสาเหตุยอดฮิตที่ทำให้หลายคนกลัวการเคลมรถยนต์ เพราะเข้าใจว่าการเคลมหมายถึงการเสียประวัติดีทำให้ปีหน้าต้องเพิ่มเบี้ยประกัน ซึ่งนั่นเป็นความจริงเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น กล่าวคือ ถ้าเราเคลมแบบเป็นฝ่ายผิด และมีมูลค่าการเคลมสูงกว่าเงื่อนไขที่แต่ละบริษัทกำหนด จะทำให้ปีหน้าจะไม่ได้รับค่าส่วนลดประวัติดีเพิ่มขึ้นจากเดิม ซึ่งมีผลให้เบี้ยประกันเพิ่มขึ้นหรืออาจจะจ่ายที่เบี้ยเท่าเดิมหากมูลค่าการเคลมไม่สูง ยกเว้นกรณีเราเป็นฝ่ายถูกต้อง ไม่ได้มีการสร้างความเสียหายให้บริษัทประกันภัย ก็จะทำให้ปีหน้าจะได้รับค่าส่วนลดประวัติดีเพิ่มขึ้น และมีผลให้เบี้ยประกันลดลงจากเดิม

เพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์เพราะมีการปรับเพิ่มเบี้ยจากบริษัทประกัน

สำหรับการเพิ่มเบี้ยประกันลักษณะนี้ ม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ เช่นเมื่อปี 59 รถเล็กหรืออีโค่ค่าร์โดนไปแล้วเรียบร้อย ตามข่าวประกันจ่อขึ้นเบี้ยรถเล็ก-อีโคคาร์ โอดยอดเคลมหนัก-ค่าซ่อมเพิ่ม เพราะคนใช้เยอะ และซ่อมบ่อย ประกอบกับอะไหล่แพงขึ้นทุกปี ทำให้บริษัทประกันรถยนต์ต้องแบกรับต้นทุนในการรับประกันที่สูงขึ้น ท่ามกลางสถานาการณ์อัตราเงินเฟ้อที่มากขึ้นเรื่อยๆ หรือมีประกาศเพิ่มเงื่อนไขต่างๆ เช่นภาษีการใช้รถ บริษัทประกันก็อาจจะปรับเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์ขึ้นมาได้เช่นกัน ซึ่งทำให้ผู้เอาประกันต้องจ่ายเพิ่มเบี้ยประกันรถนั่นเองครับ

และสุดท้าย คือ เพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์เพราะแต่งรถเพิ่ม ที่จริงแล้ว ประกันรถยนต์จะคิดรวมมูลค่าอุปกรณ์ตกแต่งไว้ในเบี้ยประกันตั้งแต่แรกแล้วครับ มูลค่าของอุปกรณ์ตกแต่งจะอยู่ที่ 20,000 บาท ต่อการซ่อมแต่ละครั้งต่อปี สำหรับอุปกรณ์ตกแต่งที่ออกมาจากโรงงาน แต่ต้องย้ำว่าสำหรับรถที่ไปแต่งเพิ่มมาหลังจากนั้น ถ้าไม่แจ้งบริษัทประกัน ประกันก็จะไม่รับรู้ และมีสิทธิปฏิเสธการรับประกันด้วย ต่อให้แต่งมาแปดแสนแต่ไม่แจ้งบริษัทฯ ถ้าพังหรือเกิดเหตุขึ้นมา ประกันก็จะไม่คุ้มครองให้นะคะ

ส่วนสำหรับใครที่ยังลังเลและไม่รู้ว่าจะทำประกันรถยนต์ ชั้น 1 ชั้น 2 หรือ ชั้น 3 กับบริษัท ไหนดี ผู้เขียนขอแนะนำว่า ให้ลองเข้าไปเช็ค เบี้ยประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 จาก roojai ก่อน เพราะบ้างที คุณอาจจะกำลังพลาด ดีลที่ดีที่สุดก็เป็นได้

เปิดใจสาว ๆ ห้องนอนผู้ชายสไตล์ไหนที่คุณพร้อมจะนอนกับเขาในค่ำคืนแห่งความสุข

“การหลับนอน” ของหญิงชาย แน่นอนว่าเป็นของที่มีมาตั้งเต่โบราณแล้วสำหรับการจีบกันใหม่ ๆ นั้นเราอาจจะยังไม่รู้ตัวตนอีกฝ่าย งวันนี้เราได้สำรวจใจของสาว ๆ มามากมายแล้วว่าสไตล์ห้องนอนแบบไหนที่สาว ๆ ชอบมากที่สุดโดยเราจะเรียงลำดับจากความชอบจากมากหาน้อยนะครับ

1.โทนสีดำ-ขาว                    

            มาขึ้นเป็นอันดับหนึ่งเลยครับสำหรับโทนสีขาวดำ ที่มัดใจสาว ๆ ได้เกือบทั้งหมด ด้วยการตกแต่งห้องนอนด้วยโทนสีขาวดำที่ทำให้เจ้าของดูมีเสน่ห์มากขึ้นนน่าค้นหามากขึ้น จึงไม่แปลกที่โทนนี้จะถูกอกถูกใจสาว ๆ มากสำหรับการตกแต่งห้องด้วยโทนสีขาวดำนนะครับ เพราะสีสดำแสดงถึงความรู้สสึกที่ลึกลับ น่าค้นหาอยู่แล้วตัดกับสีขาวเพียงเล็กน้อยเพิ่มคววามสวยงามเท่านี้ก็มัดใจสาว ๆของคุณได้แล้วครับ และที่สำคัญสทั้งสองสีหาซื้อได้ง่ายแน่นอนเพราะทั้งสองสีสามารถหาซื้อได้จากร้านขายเคมีภัณฑ์ ทั่วไปได้เลยครับ  

2.สะอาดสะอ้าน สีขาวล้วนไม่ก็ดำล้วน

            มาโทนที่สองกันบ้างดีกว่าสำหรับโทนนี้นั้นจะไม่ต่างจากอันนดับ 1สักเท่าไหร่ แต่ว่าจะมาเน้นในเรื่องของโทนที่หนักขึ้นนั้นคือการไม่มีสีผสสมเลยโทนสีใดสีหนึ่งไปเลยเพราะชอบในความที่ทำทุกอย่างแบบสุด ๆอย่างเช่นถ้าเป้นสีขาวก็ก็อยากให้ขาวทั้งห้องไปเลยจะดูสะอาดสะอ้านกว่าสีอื่น ๆ ส่วนสีดำก็ต้องดำทั้งหมดเลยจะได้ดุลึกลับน่าค้นหาแน่นอนว่าทั้งสองโทนนี้ก็ยังครองใจสาว ๆไม่น้อยพอๆ กับอันดับ1 และยังหาซื้อง่าย ๆ เพียงแค่เดินไปที่ร้านร้านขายเคมีภัณฑ์ เราก็ได้สีมาเเล้วแน่นอน

3.โทนสีอ่อนไม่เน้นสีเข้ม

            มาที่อันดับที่สามกันบ้างที่สาว ๆ ชอบนั้นคือการตกแต่งห้องด้วยโทนสีอ่อน ๆไม่เน้นที่สีเข้มเพื่อความสบายตา การที่ไม่เน้นโทนสีที่หนักเกินไปจะทำให้เหล่าสาว ๆของคุณหลงกับบรยากาศอ่อน ๆ ของโทนที่ตกแต่งขึ้นยิ่งมองยิ่งสบายตา ประมานนี้อะครับ ส่วนในเรื่องของสีนั้นก็ไม่ต่างกันหาซื้อได้ตามร้านขายเคมีภัณฑ์ ทั่วไปได้เลยครับ

                สำหรับโทนที่สุดท้ายนั้นคือ โทนที่สาว ๆไม่ชอบกันนั้นคือการตกแต่งห้องงด้วยสีฉูดฉาดจริงอยู่มีคนที่ชอบโทนนี้แต่น้อยมากไม่เหมือนอันดับที่กล่าวไปเบื้องต้น แต่ทั้งนี้การตกแต่งนั้นก็มาจากความชอบของเจ้าของห้องนะครับ เราคงไม่เปลี่ยนความชอบของตัวเองเพราะอยากให้สาวมองหรอกใช่ไหมครับ ?

ทำความรู้จักกับ บุหรี่ไฟฟ้า

บุหรี่ไฟฟ้า สุดฮอตฮิตในหมู่วัยรุ่น ที่ใครๆ เป็นต้องสูบและมีติดตัวไว้สักหนึ่งอัน แต่ถึงแม้จะมีคนสูบเยอะ แต่ทางเราเชื่อเลยว่า น้อยคนนักที่จะรู้จักเจ้าบุหรี่ไฟฟ้านี้จริงๆ ฉะนั้น บทความนี้ เราจึงขอพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกับบุหรี่ไฟฟ้ากัน

บุหรี่ไฟฟ้า คืออะไร ?

บุหรี่ไฟฟ้า คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่ง ที่ใช้แบตเตอรี่ในการทำงานเพื่อสร้างความร้อนและไอน้ำ ซึ่งบุหรี่ไฟฟ้านั้นจะประกอบด้วยสารต่างๆ เช่น นิโคติน (Nicotine) โพรไพลีนไกลคอล (Propylene Glycol) กลีเซอรีน (Glycerine) สารแต่งกลิ่นและรส (Flavoring) และน้ำ เมื่อเปิดเครื่องจะมีไฟสีแดงขึ้นพร้อมกับการทำงานของแบตเตอรี่ เมื่อแบตเตอรี่เกิดความร้อน ก็จะทำให้น้ำยาที่บรรจุอยู่ภายในระเหยขึ้นมาเป็นควัน เมื่อสูบเข้าไปในปอดร่างกายจะได้รับนิโคตินก่อนที่จะถูกพ่นออกมา 

โดยสารเคมีชนิดต่างๆ ที่พบในน้ำยาสามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ เช่น นิโคติน เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะไปกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง เพิ่มความดันโลหิต เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจ เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปอด และโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ เมื่อสัมผัสหรือสูดดม สารโพรไพลีนไกลคอลและกลีเซอรีน เข้าไปอาจทำให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวหนัง ดวงตา และปอดได้ โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นโรคปอดเรื้อรัง โรคหอบหืด และโรคถุงลมโป่งพอง 

นอกจากนี้ ยังพบสารพิษอีกมากมายในไอของบุหรี่ไฟฟ้าที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่น โลหะหนัก สารหนู สารกลุ่มฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) และกลุ่มเบนซีน (Benzene) เป็นต้น และแม้ว่าสารพิษที่พบในไอระเหยของบุหรี่ไฟฟ้าจะมีน้อยกว่าในควันบุหรี่ธรรมดาทั่วไป แต่บุหรี่ไฟฟ้าก็ยังคงมีสารเคมีที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพและทำให้เกิดการเสพติดได้เหมือนกับบุหรี่ธรรมดาทั่วไปเช่นกัน 

ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย และการมีสุขภาพที่ดีอย่างแท้จริง เราจึงควรงดสูบบุหรี่ทุกประเภท เพราะนอกจากจะช่วยลดโรคร้ายที่เกิดจากการสูบบุหรี่แล้ว ยังช่วยให้คนรอบข้างและบุคคลที่คุณรักปลอดภัยจากพิษภัยของบุหรี่อีกด้วย คุณคงไม่อยากจากไปก่อนคนรักหรอก จริงไหมล่ะคะ ?

และสำหรับใครที่กำลังหาร้านขายบุหรี่ไฟฟ้าอยู่ ผู้เขียนขอแนะนำ บุหรี่ไฟฟ้า podbkk เพราะนอกจาก ราคาไม่แพงแล้ว ยังมีบริการจัดส่งที่รวดเร็ว

ประเภทของโคมไฟและการเลือกใช้โคมไฟให้เหมาะสม

ในโลกของเรานั้น ไฟฟ้าและแสงสว่างนับว่ามีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตและเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้เลย ซึ่งในยุคปัจจุบันก็ได้มีการประดิษฐ์คิดค้น พัฒนาอุปกรณ์ให้ความสว่างออกมาในรูปแบบต่างๆอย่างต่อเนื่อง และหนึ่งในนั้นที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้เลย ก็คือ โคมไฟ  

ในยุคปัจจุบันโคมไฟมีหลากหลายชนิด หลากหลายรูปแบบ แต่ละแบบก็จะมีจุดเด่นและมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไปตามประเภทของการใช้งาน ซึ่งปัจจัยในการเลือกโคมไฟของคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันไม่เพียงแค่ต้องการเพื่อให้ความสว่างเท่านั้น แต่โคมไฟยังเปรียบเสมือนเป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านชนิดหนึ่ง ถือว่ามีความสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับต้นๆเลยก็ว่าได้

โคมไฟ คือ

5 ประเภทของโคมไฟ 

โคมไฟมีหลากหลายรูปแบบและหลากหลายประเภท เรามาดูกันว่าโคมไฟแต่ละแบบเป็นอย่างไร เหมาะกับการใช้งานส่วนไหน เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกใช้โคมไฟและนำมาตกแต่งให้เหมาะสมกับบ้านหรือห้องของเรา

  • โคมไฟเพดาน

โคมไฟประเภทนี้เป็นนิยมมาก สามารถใช้งานง่าย ใช้ได้ทั่วไป โดยส่วนมากนิยมใช้ตกแต่งห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำและห้องนอน เพราะสามารถให้แสงสว่างได้ครอบคลุมทั้งห้อง แต่แสงไฟอาจจะดูขาดมิติและเรียบเกินไป อาจต้องมีไฟประเภทอื่นมาช่วยสร้างบรรยากาศให้ดีขึ้น เช่น ชุดไฟหรี่ เป็นต้น

  • โคมไฟระย้า

เป็นโคมไฟที่เหมาะใช้เฉพาะพื้นที่ มักใช้ตกแต่งเพื่อความสวยงาม และควรใช้กับห้องที่มีเพดานสูงกว่าปกติ เช่น ห้องโถง ห้องรับประทานอาหาร หรือห้องรับแขก และอาจใช้ร่วมกับไฟเพดาน เพื่อเพิ่มแสงสว่างของห้องให้มากขึ้น

  • โคมไฟผนัง

ใช้สำหรับติดและเน้นแสงสว่างบนผนัง ส่วนใหญ่มักจะติดบริเวณทางเดิน บันได โต๊ะเครื่องแป้ง หรือมุมกระจกต่างๆ เป็นต้น

  • ไฟสปอตไลท์ หรือไฟเฉพาะจุด

โคมไฟประเภทนี้ เหมาะสำหรับใช้เพื่อต้องการเน้นแสงสว่างให้ส่องตรงเฉพาะจุด โดยสามารถปรับตำแหน่งของแสง เพื่อส่องไปบริเวณที่เราต้องการเน้นได้ อย่างเช่น พื้นผนัง รูปภาพ ต้นไม้ หรือสิ่งของต่างๆที่ต้องการเน้นให้มีความโดดเด่นกว่าจุดอื่น ซึ่งไปสปอร์ตไลท์นี้สามารถติดได้ทั้งบนพื้น ผนัง หรือเพดาน

  • โคมไฟตั้งโต๊ะ โคมไฟตั้งพื้น

เป็นโคมไฟที่เหมาะสำหรับบริเวณที่มีแสงสว่างน้อยไม่เพียงพอ หรือต้องการแสงสว่างเพิ่มขึ้นเฉพาะที่ เช่น บริเวณห้องทำงาน โต๊ะทำงาน ห้องนั่งเล่น ห้องอ่านหนังสือ  หรือบริเวณหัวเตียง ซึ่งโคมไฟประเภทนี้มักจะถูกออกแบบให้สามารถหมุนปรับองศาได้เพื่อความสะดวกในการใช้งานนั่นเอง

จะเห็นว่าโคมไฟนั้นมีความหลากหลายทั้งรูปแบบลักษณะและประเภทการใช้งาน ซึ่ง โคมไฟ นอกจากจะให้แสงสว่างแล้ว ยังสามารถนำมาตกแต่งเพื่อเพิ่มความสวยงามให้บ้านหรือห้องต่างๆของเราได้ด้วย ดังนั้นการเลือกโคมไฟให้เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยเพิ่มเสน่ห์และสีสัน เพิ่มความโดดเด่น และช่วยทำให้บ้านของเราอบอุ่นน่าอยู่ยิ่งขึ้นอีกด้วย แค่นี้คุณก็สามารถเลือกโคมไฟให้เหมาะกับบ้าน หรือ สำนักงาน ของคุณได้แล้ว https://ledinfinite.com/โคมไฟไฮเบย์-led

ทัวร์โอซาก้า กับเรื่องราวที่คุณอาจจะพึ่งเคยได้ยิน

หลาย ๆ คนที่ไป ทัวร์โอซาก้ามาแล้ว ได้ฟังที่ล่าม หรือไกด์นำทางเขาพูดไหมครับ ? ว่าเมืองนี้เป็นอย่างไร มีความเป็นมาอย่างไร ถ้าให้เดาอาจจะมีบางท่านได้ฟัง แต่ส่วนมากอาจจะไม่ได้ฟังใช่ไหมครับบ ? นั้นละครับวันนี้เราจะพาทุกท่านมาลองชมเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ที่เรียกว่าเกร็ดความรู้ดีกว่าครับสำหรับ เมือง โอซาก้า

เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน

            โดยเมืองนี้นับเป็นอีกเมืองอขปงเทศญี่ปุ่น ที่มีประวัติศาตร์มายาวนาน โดยรวม ๆ แล้วอาจจะมากกว่า 1,400 ปี ด้วยซ้ำ และที่สำคัญอ เมืองที่เป็นแหล่งรวมของผู้คน เพราะตั้งอยู่ในเส้นทางจราจรที่คับคั่งทั้งทางน้ำและทางทะเล จึงได้พัฒนาเป็นแหล่งธุรกิจซึ่งเป็นประตูสู่ญี่ปุ่นของพ่อค้า และนักเดินทางจากทั่วเอเชียแต่โบราณ

เป็นครัวของประเทศ

            แม้เมืองหลวงนั้นจะกลายเป็นโตเกียวในปัจจุบันไปแล้ว แต่โอซาก้าก็ยังถูกเรียกว่า ครัวของประเทศอยู่ดีนะครับ เพราะด้วยพื้นที่ ที่ว่าที่โอซาก้าเป็นที่ซื้อขายสินค้าสำคัญที่รวมถึงอาหารและข้าว และข้าวของโอซาก้าก็ส่งไปทั่วประเทศ และสินค้าต่างๆถูกส่งออกไปต่างประเทศจากที่นี่อีกด้วย

ปราสาทโอซาก้า ของดีที่นักท่องเที่ยวไป

            ปราสาทโอซาก้า เป็นอีกอย่างหนึ่งที่หากเราทัวร์โอซาก้าแล้วละก็จะต้องมาดูให้ใช่ไหมครับ ? แต่รู้หรือไม่ครับว่าปราสาทนี้ถูกสร้างขึ้นในครึ่งหลังของช่วงศตวรรษที่ 16  เพื่อเป็นที่พำนักของ โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ ผู้ที่สามารรวมญี่ปุ่นให้เป็นหนึ่งได้ขณะนั้นโดยระยะเวลาในการสร้างนั้นอยูที่ 16 ปี เต็ม  และก็ถูกเผาไปพร้อมกับการล่มสลายของตระกูล โทโยโทมิ ซึ่งภายหลังในช่วงยุคเอโดะจึงมีการซ่อมแซมข้นอีกครั้งอย่างเช่น กำแพงหินและยากุระ หรือ หอสังเกตการณ์

โอซาก้าเป็นชื่อที่มีที่มา

“โอซากะ” หมายถึง เนินเขาใหญ่ ในสมัยก่อน โอซากะเป็นที่รู้จักกันในชื่อ นานิวะ และไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าเปลี่ยนเป็นโอซากะตั้งแต่เมื่อใด

            เป็นอย่างไงกันบ้างครับสำหรับเรื่องราวของโอซาก้า ผมเชื่อว่าบางเรื่องท่านยังไม่รู้แน่นอน ซึ่งบางเรื่องไกด์อาจจะเคยพูดไปแล้ว หรืออาจจะไม่เคยก็ได้ แต่หากใครจะไปทัวร์โอซาก้า เวลาเพื่อนถามว่าได้อะไรกับมาบ้างก็เอาพวกที่ผมเขียนนี้ละครับไปตอบซะนอกจากจะเท่ห์แล้ว ยังช่วยให้เราดูดี ฉลาดขึ้นอีกด้วย(ฮ่า ๆ ) แต่โอซากนี้เป็นอีกเมืองที่เปลี่ยนมาทุกยุคจริง ๆ ถือว่าเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยว ที่ยิ่งใหญ่และมีประวัติมายาวนานมาก

รวมความคิดให้ธุรกิจออนไลน์ของคุณส่งของถูกที่สุด

แน่นอนว่าเดี๋ยวนี้พ่อค้าแม่ขายออนไลน์ นั้นตอนนี้ก็กำลังมองหาช่องทางการขนส่งใหม่ ๆ เพื่อที่จะ ส่งของราคาถูก กันมากขึ้นเรามาลองดันดีกว่าว่าทำอย่างไรกันบ้างจะช่วยให้เราสามารถ ส่งของราคาถูก กันทางไหนดี มาลองดูคความคิดต่าง ๆ ที่รวบรวมมาดีกว่าครับ

1.ตัดรอบขนส่งให้นานขึ้น

            หน้าร้านปกตินั้นบางร้านส่วนมากอาจจะตัดของวันต่อวันอย่างเช่นตัดของวันนี้และส่งของในถัดไปทำให้ค่าบริการในการขนส่งนั้นจะต้องเสียทุกวัน แต่ถ้าหากตัดรอบเป็น 2 วัน  1 ครั้งละครับ ท่านคิดว่าไงจริงอยู่ว่าอาจจะเสียค่าบริการที่มากขึ้นเพราะของที่เยอะขึ้นแต่มันไม่มากกว่าการที่เรามา 2 ครั้ง 2 วันแน่นอนครับ วิธีนี้อาจจะดีก็ได้นะครับ แต่ต้องคุยกับลูกค้าดี ๆ นะครับ

2.ลองเข้าไปคุยเรื่องการเป็นลูกค้ารายใหญ่ของบริษัทขนส่ง

            ถ้าหากเรามั่นใจว่าเราสามารถขายของได้เรื่อย ๆ และมีออเดอร์เข้ารัว ๆ ตลอดไม่ขาดสาย ลองเอาข้อมูลนี้เข้าไปคุยกับบริษัทขนส่งดูก็ได้นะครับ เพราะนอกจากคุณจะต้องไปส่งของกับเขาทุกวันด้วยแล้ว เขาอาจจะช่วยให้คุณโฆษณาให้เขาเพื่อลดค่าบริการก็ได้นะครับถือว่าได้รับผลประโยชน์ทั้งสองฝ่าย

3.มีรถส่วนตัวในการส่งของดู

            อาจจะเป้นคนรู้จักกับเราที่จะสามารถส่งในพื้นที่เราให้ได้แลกกับค่าน้ำมันพร้อมกับค่าเหนื่อยนิดหน่อยก็ดีนะครับ สำหรับลูกค้าที่อยู่นอกพื้นที่ก็ให้ใช้บริการขนส่งเหมืนเดิม ส่วนคนที่อยู่ในพื้นที่อาจจะเลือกใช้บริการนี้แทนอาจจะช่วยลดต้นทุนค่าส่งของไปก็ได้นะครับ  ถือว่าเป็นอีกทางเลือกให้ลดต้นทุนในการข่นส่งของเรา

4.ทำโปรโมชั่นให้ลูกค้าเข้ามาซื้อของเอง

            อาจจะไม่ต้องเปลี่ยนโปรโมชั่นที่เราขาดทุนมากมาย แต่เอาเป็นโปรโมชั่นที่พอดี ๆ แต่สามารถเรียกลูกค้าให้เดินเข้ามาซื้อของกับเราได้ก็พอครับ ถ้าเกิดสามารถทำวิธีนี้ได้ละก็ผมเชื่อได้เลยว่าต้นทุนในการส่งของของท่านนั้นจะถูกลงอย่างมากและท่านก็จะได้ ส่งของราคาถูก มากขึ้น ถือว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยนะครับ

                สำหรับพ่อค้าเม่ค้าออนไลน์ที่ต้องการส่งของในราคาถูก ก็ลองเอาวิธีนี้ไปใช้ดูก็ได้นะครับ ลดต้นทุนของตัวเองดูและลองหาวิธีที่จะทำให้ลูกค้าในพื้นที่เดินเข้ามาซื้อของกับเรามากขึ้นจะได้ช่วยเราได้มากขึ้นครับผม          

ประโยชน์ของการออกไปเที่ยวมีอะไรบ้าง

การพักผ่อนโดยการท่องเที่ยว นอกจากจะช่วยให้คุณผ่อนคลายแล้ว ยังมีประโยชน์หลายอย่างกับคุณด้วย และวันนี้เราจะมาพูดถึงประโยชน์ของการออกไปเที่ยวกันว่ามีอะไรบ้าง เพื่อให้คุณอยากไปเที่ยวมากกว่าเดิม

               ถ้าคุณไปท่องเที่ยวต่างประเทศ คุณจะมีการพัฒนาด้านภาษา อย่างเช่น ภาษาอังกฤษ ถ้าคุณเดินทางไปต่างประเทศคุณก็ต้องเรียนรู้ในเรื่องของภาษาอังกฤษพื้นฐานไว้ก่อน อย่างน้อยก็ต้องเข้าใจศัพท์หรือ บทสนทนาง่ายๆไว้ก่อน ถ้าคุณเดินทางไปบ่อยๆ ประสบการณ์ทางภาษาของคุณจะดีขึ้น ค่อยๆ พัฒนาขึ้นได้เอง

               คุณจะได้เพื่อนใหม่ๆ อย่างน้อยถ้าได้แลกเฟสหรือแลกไลน์กับเพื่อนๆที่คุณเจอระหว่างการเดินทาง ได้พูดคุยกันบ้าง ก็นับได้ว่า การท่องเที่ยวของคุณไม่เสียหลาย เพราะได้มิตรภาพดีๆ กลับมา พวกเขาอาจเป็นคนที่ช่วยเหลือคุณต่อไปในอนาคตก็ได้นะ

               สุขภาพที่ดี โดยเฉพาะการออกเดินทางแบบแบ็คแพ็ค ต้องมีการใช้แรงกายหรือการออกเดินทางสำรวจในเมืองต่างๆ ก็ทำให้คุณได้ออกกำลังกายไปในตัวด้วย และยังมีกิจกรรมอื่นๆ เช่น ขี่จักรยาน ปีนเขา เดินป่าอีก ไม่ว่าคุณจะเลือกเที่ยวแบบไหนคุณจะได้สุขภาพที่ดีกลับมาแน่นอน

               ช่วยให้คุณรู้คุณค่าของเงินมากขึ้น เพราะว่าคุณจะต้องประหยัดในทุกทางเพื่อให้คุณสามารถใช้เงินได้อย่างคุ้มค้า ทั้งค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าอยู่อาศัย และยังทำให้คุณเป็นคนแก้ปัญหาและสามารถวางแผนต่างๆได้ด้วย ทำให้คุณรู้จักการวางแผนในเรื่องต่างๆได้ดีและมีแผนสำรองในการจัดการอยู่เสมอ

               ทำให้คุณมีเป้าหมายในชีวิต การที่คุณเดินทางท่องเที่ยว คุณจะได้พบเห็นวิถีชีวิตต่างๆของคนพื้นถิ่น นั่นอาจทำให้คุณค้นพบเป้าหมายในชีวิตขึ้นก็ได้ เช่น หลังจากเกษียณแล้ว คุณอาจจะพบเป้าหมายใหม่ๆ ที่ทำให้คุณนั้นพบว่ายังมีความสุขหลายอย่างที่คุณสามารถมีได้ด้วยตนเองและเป็นสิ่งง่ายๆที่คุณไม่ควรมองข้ามด้วย

               ทั้งหมดนี้คือประโยชน์ของการไปเที่ยวที่คุณคงจะเรียนรู้มาบ้างแล้ว ยิ่งถ้าคุณเป็นคนชอบเดินทาง คุณจะเรียนรู้ได้ดีว่าการท่องเที่ยวให้ประโยชน์กับคุณอย่างไรบ้าง และสิ่งที่คุณจะได้รับ นั่นคือ คุณจะได้รับสุขภาพจิตที่ดีในการท่องเที่ยวด้วยเพราะช่วยให้คุณได้ผ่อนคลายจิตใจลงได้ ทำให้คุณมีความสุขและพร้อมที่จะสู้กับทุกสถานการณ์ที่คุณต้องเจอต่อไป และทีสำคัญยังทำให้คุณอยากที่จะเดินทางท่องเที่ยวต่อไปด้วย เพราะชีวิตคนเราควรได้รับประสบการณ์ใหม่ๆบ้าง เพื่อจะได้เรียนรู้ว่าชีวิตของเราไม่ควรหยุดนิ่งอยู่กับที่แต่ควรที่จะเปิดใจให้กับอะไรใหม่ๆอยู่เสมอ

เรื่องดีๆ ประโยชน์ของการออกไปเที่ยวที่รู้แล้วต้องลอง

หากถามว่าใครบ้างที่ไม่อยากเที่ยว เชื่อว่าก็คงไม่มี แต่หากถามว่าใครบ้างี่อยากเที่ยวแต่ไม่ได้วางแผนและหาเวลาเที่ยวจริงๆ จังๆ ซักที ก็คงจะมีคนยกมือเพียบ เพราะเรื่องของการท่องเที่ยวถือว่าเป็นการพักผ่อนโดยการท่องเที่ยว นอกจากจะช่วยให้คุณผ่อนคลายแล้ว ยังมีประโยชน์หลายอย่างกับคุณด้วย และวันนี้เราจะมาพูดถึงประโยชน์ของการออกไปเที่ยวกันว่ามีอะไรบ้าง

               ข้อดีของการท่องเที่ยวอย่างแรก  คือ การพัฒนาตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาด้านภาษา อย่างเช่น ภาษาอังกฤษ ถ้าคุณเดินทางไปต่างประเทศคุณก็ต้องเรียนรู้ในเรื่องของภาษาอังกฤษพื้นฐานไว้ก่อน อย่างน้อยก็ต้องเข้าใจศัพท์หรือ บทสนทนาง่ายๆไว้ก่อน ถ้าคุณเดินทางไปบ่อยๆ ประสบการณ์ทางภาษาของคุณจะดีขึ้น ค่อยๆ พัฒนาขึ้นได้เอง

               คุณจะได้เพื่อนใหม่ๆ อย่างน้อยถ้าได้แลกเฟสหรือแลกไลน์กับเพื่อนๆที่คุณเจอระหว่างการเดินทาง ได้พูดคุยกันบ้าง ก็นับได้ว่า การท่องเที่ยวของคุณไม่เสียหลาย เพราะได้มิตรภาพดีๆ กลับมา พวกเขาอาจเป็นคนที่ช่วยเหลือคุณต่อไปในอนาคตก็ได้นะ

               การท่องเที่ยวนอกจากจะช่วยให้เราได้ผ่อนคลายความตึงเครียดแล้ว ยังช่วยเรื่องการมีสุขภาพที่ดี โดยเฉพาะการออกเดินทางแบบแบ็คแพ็ค ต้องมีการใช้แรงกายหรือการออกเดินทางสำรวจในเมืองต่างๆ ก็ทำให้คุณได้ออกกำลังกายไปในตัวด้วย และยังมีกิจกรรมอื่นๆ เช่น ขี่จักรยาน ปีนเขา เดินป่าอีก ไม่ว่าคุณจะเลือกเที่ยวแบบไหนคุณจะได้สุขภาพที่ดีกลับมาแน่นอน

               การท่องเที่ยงแบบแบคแพคเกอร์ ต้องประหยัดในทุกทางเพื่อให้คุณสามารถใช้เงินได้อย่างคุ้มค้า ทั้งค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าอยู่อาศัย และยังทำให้คุณเป็นคนแก้ปัญหาและสามารถวางแผนต่างๆได้ด้วย ทำให้คุณรู้จักการวางแผนในเรื่องต่างๆได้ดีและมีแผนสำรองในการจัดการอยู่เสมอ ดังนั้นคุณจะรู้คุณค่าของเงินมากขึ้น

               ทำให้คุณมีเป้าหมายในชีวิต การที่คุณเดินทางท่องเที่ยว คุณจะได้พบเห็นวิถีชีวิตต่างๆของคนพื้นถิ่น นั่นอาจทำให้คุณค้นพบเป้าหมายในชีวิตขึ้นก็ได้ เช่น หลังจากเกษียณแล้ว คุณอาจจะพบเป้าหมายใหม่ๆ ที่ทำให้คุณนั้นพบว่ายังมีความสุขหลายอย่างที่คุณสามารถมีได้ด้วยตนเองและเป็นสิ่งง่ายๆที่คุณไม่ควรมองข้ามด้วย

               ทั้งหมดนี้คือประโยชน์ของการไปเที่ยวที่คุณคงจะเรียนรู้มาบ้างแล้ว ยิ่งถ้าคุณเป็นคนชอบเดินทาง คุณจะเรียนรู้ได้ดีว่าการท่องเที่ยวให้ประโยชน์กับคุณอย่างไรบ้าง และสิ่งที่คุณจะได้รับ นั่นคือ คุณจะได้รับสุขภาพจิตที่ดีในการท่องเที่ยวด้วยเพราะช่วยให้คุณได้ผ่อนคลายจิตใจลงได้ ทำให้คุณมีความสุขและพร้อมที่จะสู้กับทุกสถานการณ์ที่คุณต้องเจอต่อไป และทีสำคัญยังทำให้คุณอยากที่จะเดินทางท่องเที่ยวต่อไปด้วย เพราะชีวิตคนเราควรได้รับประสบการณ์ใหม่ๆบ้าง เพื่อจะได้เรียนรู้ว่าชีวิตของเราไม่ควรหยุดนิ่งอยู่กับที่แต่ควรที่จะเปิดใจให้กับอะไรใหม่ๆอยู่เสมอ

เที่ยวทั้งที จองโรงแรมอย่างไรให้คุ้มค่า

ว่าด้วยเรื่องของการท่องเที่ยว แค่ได้ยินชื่อ ก็รู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขมากแล้ว แต่เรื่องเที่ยวก็คงไม่ได้มีอยู่แค่การเก็บกระเป๋าแล้วออกเดินทางได้เลย เพราะการท่องเที่ยวที่ดีต้องมีการเตรียมความพร้อมทั้งเรื่องที่เที่ยวและเรื่องที่พัก ซึ่งอย่างหลังถือว่าเป็นรื่องที่เราต้องใส่ใจเพราะว่าจะช่วยให้คุณสะดวกสบายและมีความสุขในการท่องเที่ยวอย่างมาก เพราะแม้ว้าคุณจะไปตะลอนเที่ยวก็ต้องการการพักผ่อนที่ดีมีประสิทธิภาพอยู่ดี งั้นเรามาดูกันดีกว่าว่า เราจะมีวิธีการจองโรงแรมอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด

               เรื่องแรก ต้องดูว่าเราจะเที่ยวที่ไหน เมื่อรู้แน่ชัดแล้วว่าพิกัดของแหล่งท่องเที่ยวตลอกทั้งทริป คือจุดไหนบ้าง จากนั้นค่อยมาวางแผนเรื่องของการจับจองที่พักกัน และที่สำคัญคือต้องเอาที่สะดวกต่อการเดินทางท่องเที่ยว คือต้องประหยัดเงินค่าเดินทางในระดับหนึ่งด้วย และที่สำคัญคุณต้องการไปเที่ยวแบบไหน เที่ยวแบบรีแล็กซ์หรือว่าแบบท่องโลก คือ ถ้าไปกินลมชมวิวก็น่าจะเลือกโรงแรมสวยๆ แต่ถ้าอยากจะส่องโลกก็เลือกที่ถูกลงมาหน่อยก็ได้ โดยแนวโรงแรมที่นิยมพักกันจะมีอยู่ 3 แบบ คือ แนวรีสอร์ทหรู 5 ดาว มีความส่วนตัวสูง อาจตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาหรือติดชายทะเลไปเลย แบบที่ 2 กึ่งหรูและสะดวกสบายพักแนวนี้ก็จะมีตั้งแต่บูทีค โฮเต็ล เป็นโรงแรมระดับ 3-4 ดาว และแบบประหยัด เน้นในเรื่องของความสะอาด ประหยัด สะดวก เช่น แบ็กแพคเกอร์ , โฮสเต็ล ,ที่พักแบบประหยัด รวมไปถึงเบดแอนด์เบรกฟาสต์

               สำหรับการเลือกโรงแรม คุณจะต้องเปรียบเทียบราคาห้องพักออนไลน์เสียก่อน เพื่อดูว่าห้องพักไหนตรงกับความต้องการและราคาเหมาะสมกับที่คุณต้องการและอย่าลืมเลือกที่สามารถยืดหยุ่นเวลาได้ อย่ารอที่จะจองในนาทีสุดท้าย เพราะราคาของที่พักจะแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลา โดยเวลาที่ดีที่สุดในการจองล่วงหน้าคือ 2-6 เดือน และอย่าลืมหาส่วนลดพิเศษด้วย เพราะว่าที่พักหลายแห่งก็มีโปรที่พักเป็นช่วงๆ ใครคุณคอยติดตามในส่วนนี้ให้ดี และรวมไปถึงการตรวจสอบสิทธิพิเศษของบัตรสมาชิกต่างๆ ให้คุณหาโรงแรมที่มีตลาดร่วมกัน รับรองว่าคุณจะได้ส่วนลดแน่นอน สุดท้ายคือ การอัพเกรดห้องพักในราคาพิเศษ ออฟชั่นนี้สำหรับกรณีที่คุณเดินทางไปพักในช่วงโลว์ซีซั่น ง่ายๆ เลย

                การจองโรงแรมอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุดไม่ได้ยากอย่างที่คิด หากทำได้เราจะประหยัดเงินในกระเป๋าได้มากเลยล่ะ และนี่คือวิธีการ ที่คุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของตัวเองด้วย หากใครไม่แน่ใจว่าจะเลือกจองโรงแรมอย่างไร ให้คุณลองค้นหาทางเน็ตดูก็ได้ เพราะว่าจะมีเว็บรับจองโรงแรมเยอะมาก คุณต้องเลือกเว็บที่น่าเชื่อถือได้ แล้วดูว่าโรงแรมไหนจะเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณมากที่สุด และให้คุณได้รับประโยชน์จากการจองโรงแรมในครั้งนี้มากที่สุด